เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ทางเลือกที่เริ่มเห็นได้มากขึ้นในไทย ทั้งการเช่าระยะสั้นเพื่อเที่ยวในเมือง และการเช่ารายวันหรือระยะยาวสำหรับไรเดอร์ ที่ต้องวิ่งงานหลายชั่วโมง เป็นบริการที่สะดวกสบายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ต้องกังวลราคาขายต่อ และในบางแพ็กเกจค่าดูแลรถหรือการสลับแบตถูกรวมมาให้แล้ว
แต่เป้าหมายการ เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า นักท่องเที่ยวกับไรเดอร์ต่างกันชัดเจน นักท่องเที่ยวสนใจรถที่ขี่ง่าย เช่าไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน และหาจุดจอดสะดวก ขณะที่ไรเดอร์ต้องดูต้นทุนต่อวัน ระยะวิ่ง จุดสลับแบต รถสำรอง และจำนวนชั่วโมงที่รถพร้อมทำงาน ดังนั้นก่อนเลือกเช่ารถลองมาดูกันว่าเราเช่าด้วยจุดประสงค์ใด
นักท่องเที่ยวเช่ารถไฟฟ้า ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- ใบขับขี่ที่ใช้ได้ในประเทศไทย: นักท่องเที่ยวต่างชาติควรมีใบอนุญาตขับขี่ที่ประเทศไทยรับรอง เช่น International Driving Permit หรือใบขับขี่จากประเทศ ASEAN โดยสิทธิ์ต้องครอบคลุมรถจักรยานยนต์ที่กำลังขี่ด้วย
- Passport หรือเอกสารประจำตัว: ร้านเช่าส่วนใหญ่ต้องใช้สำหรับยืนยันผู้เช่า แต่ควรถามว่าสามารถใช้สำเนาหรือเงินมัดจำแทนการฝาก Passport ตัวจริงได้หรือไม่
- โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต: บริการแบบ Public Rental หลายแห่งใช้แอปสำหรับค้นหารถ ปลดล็อก ชำระเงิน และคืนรถ
- ช่องทางชำระเงิน: ตรวจว่ารองรับบัตรเครดิต PromptPay หรือ E-Wallet แบบใด
- หมวกกันน็อก: ต้องมีขนาดพอดีและอยู่ในสภาพใช้งานได้ ไม่ควรรับหมวกที่สายรัดหรือเปลือกเสียหาย
- แผนเส้นทาง: เช็ก Service Area และจุดคืนรถก่อนออกเดินทาง เพราะรถแบบ Station-Based ไม่ได้หมายความว่าจะคืนที่ไหนก็ได้
ตัวอย่างบริการเช่ารถไฟฟ้าสำหรับเดินทางในเมือง
เชียงใหม่มีบริการ เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า อย่าง WelO Bike ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าสาธารณะที่ค้นหารถและพื้นที่บริการผ่านแอป ปัจจุบันค่าใช้งานที่ประกาศคือ 20 บาทสำหรับ 10 นาทีแรก และหลังจากนั้น 2 บาทต่อนาที นอกจากนี้ยังมี Riding Pass ตั้งแต่รายวัน 119 บาท, 3 วัน 259 บาท, รายสัปดาห์ 459 บาท และรายเดือน 999 บาท
บริการลักษณะนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางระยะสั้นหลายจุด ไม่อยากรับรถจากร้านแล้วถือกุญแจไว้ทั้งวัน และไม่ต้องจัดการเรื่องชาร์จเองเหมือนรถเช่าแบบรายคัน
นักท่องเที่ยวรับรถแล้ว ต้องตรวจอะไรทันที?

- ถ่ายภาพรถรอบคันก่อนเริ่มขี่ ทั้งแฟริ่ง ล้อ กระจก และรอยเดิม
- ดูระดับแบตว่าตรงกับที่แอปหรือร้านแจ้งหรือไม่
- ทดลองเบรกหน้าและหลังในพื้นที่ปลอดภัย
- เช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว แตร และหน้าปัด
- ทดลองคันเร่งว่าตอบสนองต่อเนื่อง ไม่มีอาการกระตุก
- ดูยางว่ามีรอยแตกร้าวหรือดอกยางน้อยผิดปกติหรือไม่
- เช็กสายชาร์จหรืออุปกรณ์ที่ต้องคืนพร้อมรถ
- ถามว่ากรณีรถเสียหรือแบตหมดกลางทางต้องติดต่อใคร
- ตรวจรายละเอียดประกันว่าคุ้มครองอะไรและมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
การถ่ายรูปใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยลดปัญหาตอนคืนรถได้มาก โดยเฉพาะกรณีร้านพบรอยที่มีอยู่ก่อนแล้ว
เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับไรเดอร์ ต้องคิดต่างจากนักท่องเที่ยวอย่างไร?

เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สำหรับไรเดอร์ควรมองรถเป็นต้นทุนการทำงาน ไม่ใช่เพียงค่าเช่าต่อวัน สมมติรถคันหนึ่งถูกกว่า 20 บาทต่อวัน แต่ต้องเสียเวลาชาร์จหลายชั่วโมงหรือจุดสลับแบตอยู่ไกลพื้นที่รับงาน รถคันนั้นอาจแพงกว่าในทางปฏิบัติ เพราะเวลาที่หยุดวิ่งก็ทำให้รายได้หายไปด้วย
สิ่งที่คำนึงถึง จึงมีทั้งระยะวิ่งจริงต่อแบต จำนวนจุด Swap Battery ชั่วโมงเปิดบริการ ค่าเช่ารวมประกันหรือไม่ ค่า Maintenance ใครรับผิดชอบ และมีรถสำรองกรณีรถเสียหรือเปล่า
ระบบสลับแบตสำคัญกับไรเดอร์แค่ไหน?
ถ้าใช้รถวันละ 8-12 ชั่วโมง การหยุดชาร์จแบตครั้งละหลายชั่วโมง อาจไม่เหมาะกับงานส่งอาหาร ระบบสลับแบตจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการนำแบตใกล้หมด ไปแลกก้อนที่พร้อมใช้แล้วกลับไปวิ่งงานต่อ
โครงการ Grab EV ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับ STROM ให้บริการรถ Gorilla Standard 2000W และ Gorilla Pro 3000W พร้อมการสลับแบตไม่จำกัดตลอด 24 ชั่วโมง รถสำรอง การบำรุงรักษา และประกันชั้น 3+ โดยราคาในช่วงเปิดโครงการเริ่มประมาณ 138 บาทต่อวัน
ก่อนเลือก เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อทำอาชีพไรเดอร์ จึงควรวางแผนหรือคิดคำนวณความคุ้มค่าหลาย ๆ เรื่อง ก่อนตัดสินใจเริ่มเช่าจริงนั่นเอง
ก่อนเซ็นสัญญาเช่า อ่านเรื่องไหนให้ครบ?
- ค่าเช่าคิดเป็นวัน เดือน หรือมีจำนวนวันขั้นต่ำ
- ต้องวางเงินประกันหรือมัดจำเท่าไร
- ใครเป็นผู้จ่ายเมื่อยางรั่ว ผ้าเบรกหมด หรือรถเสีย
- แบตเตอรี่หายหรือเสียหายคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
- รถล้มมีค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
- ประกันครอบคลุมผู้เช่าและประเภทงานที่ทำหรือเปล่า
- สามารถขี่ออกนอกจังหวัดหรือพื้นที่บริการได้หรือไม่
- คืนรถก่อนกำหนดมีค่าปรับหรือไม่
- หากรถเสีย มีรถสำรองหรือชดเชยเวลาที่ใช้งานไม่ได้อย่างไร
สรุป เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้คุ้ม ต้องเลือกตามงานที่ใช้จริง
สรุปแล้ว เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เหมาะทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงาน แต่คำว่าคุ้มระหว่างทั้ง 2 ไม่เหมือนกันแน่นอนอยู่แล้ว ควรเน้นความถูกกฎหมาย ความสะดวก จุดคืนรถ และประกัน ส่วนไรเดอร์ต้องเพิ่มเรื่องระยะวิ่ง จุดสลับแบต รถสำรอง และต้นทุนรายเดือนเข้าไปด้วย
ก่อนรับรถให้ตรวจสภาพ ถ่ายรูป และอ่านสัญญาให้ครบ โดยเฉพาะความเสียหายต่อแบตเตอรี่และรถ เพราะเป็นส่วนที่มีราคาสูง หากเลือก เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ด้วยแพ็กเกจให้ตรงกับระยะทางและวิธีใช้รถจริง EV เช่าสามารถช่วยลดภาระการซื้อรถและค่า Maintenance ได้มาก แต่ถ้าเลือกระบบพลังงานที่ไม่เข้ากับเส้นทาง ต่อให้ค่าเช่าถูกก็อาจเสียเวลาและรายได้มากกว่าที่ประหยัดได้