ยางใน มอเตอร์ไซค์ สำคัญแค่ไหน ทำไมในยางมอเตอร์ไซค์ถึงต้องมี?

ยางใน
หัวข้อน่าสนใจ

เวลาโดนตะปูบุกกลางทาง หลายคนถึงจะนึกขึ้นได้ว่า ยางใน สำคัญแค่ไหน จริง ๆ แล้วชิ้นกลม ๆ ที่ซ่อนอยู่ในยางเส้นนอกนี้คือตัวเก็บลมตัวจริงของล้อแบบ Tube Type บทความนี้สรุปครบสำหรับคนใช้มอเตอร์ไซค์ทุกวัน เพื่อทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดว่ายางในมีกี่ประเภท, ทำงานยังไง, มีข้อดีอะไร, เสียบ รั่ว บาดแล้ว ยางใน ต้องซ่อมแบบไหน, ค่าซ่อมเท่าไหร่ และถ้าอยากเปลี่ยนไปเป็นแบบ Tubeless ได้ไหม บทความนี้ตอบให้ครบ พร้อมดูแลได้อย่างลึกซึ้ง!

ยางใน คือ อะไร
ยางใน คือ อะไร

ยางใน คืออะไร ทำงานยังไง

ยางใน คือ ท่อยางวงกลมที่บรรจุอากาศไว้ภายใน อยู่ระหว่างยางนอกกับกระทะล้อ เมื่อสูบลมเข้าไป แรงดันลมในยางในจะดันยางนอกให้คงรูป สัมผัสพื้นและซับแรงกระแทก การรั่วส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นที่ยางใน ไม่ใช่ยางนอก โดยหลักการทำงานง่าย ๆ เริ่มจากการที่เราสูบลมเข้าไป ยางใน จนขยายเต็มวง ซึ่งมียางนอกเป็นโครงรับแรงไว้ยึดเกาะถนน นอกจากนั้นก็มีกระทะล้อและขอบยางช่วยล็อกตำแหน่งไม่ให้หมุนคอหรือบิดตัว

คำแนะนำเพิ่มเติม แต่รถที่เป็นยาง Tubeless จะไม่มี ยางใน เพราะให้ยางนอกและริม ขอบล้อเป็นตัวเก็บลมแทน

ยางใน มีกี่ประเภท

1.แบ่งตามวัสดุ

  • ยางสังเคราะห์บิวทิล: เก็บลมได้นาน ซึมช้ากว่ายางธรรมชาติ ทนโอโซน/UV ดี ราคาเป็นมิตร เหมาะใช้งานประจำวัน
  • ยางธรรมชาติ: ยืดหยุ่นสูง ทนการหนีบ บีบได้ดี ลดโอกาสรอยเขี้ยวงู จับลูกรีบได้แน่น แต่ซึมลมเร็วกว่า ราคาอาจสูงกว่า
  • Heavy-Duty หรือ Thick Tube: หนากว่าปกติ ลดโอกาสถูกหนาม หินตำ เหมาะทางลูกรัง และรถทัวร์ริ่ง แต่หนักและกักความร้อนมากขึ้น

2.แบ่งตามวาล์ว

การแบ่ง ยางใน ตามวาล์วจะมีประเภทย่อยหลัก ๆ 3 แบบ ได้แก่ TR-4 (วาล์วโลหะสั้น), TR-6 และ TR-13 โดยการใช้งานจะต้องเลือกให้ตรงรูวาล์วของล้อและความยาวที่พ้นสเปกบังโคลน บางรุ่นสกู๊ตเตอร์ใช้วาล์วงอเพื่อเติมลมง่าย

3.แบ่งตามขนาด

การแบ่ง ยางใน ตามขนาดจะถูกพิมพ์บนตัวท่อสูบลม เช่น 2.50–17, 80/90–14, 110/70–17 เลือก ยางใน ให้ตรงกับขนาดยางนอก หรือช่วงใกล้เคียงที่ผู้ผลิตระบุรับได้ อย่าฝืนใช้เล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะยางในยืดเกินจะบางและร้อน แตกง่าย

ข้อดี–ข้อสังเกตของล้อ ยางใน เทียบกับ Tubeless

ข้อดีของล้อยางใน

  • ซ่อมหน้ายางง่าย: มีรูเล็ก ๆ ปะสติ๊กเกอร์ ปะแผ่นยางชั่วคราวได้
  • กระทะล้อคลาสสิก: ใช้ได้กับล้อซี่ลวดที่ไม่ Airtight
  • วัสดุ อะไหล่ถูก: ยางใน ทั่วไปหาได้ง่าย ราคาย่อมเยา

ข้อสังเกต

  • ร้อนสะสมได้ง่าย หากเติมลมน้อยเกิน/บรรทุกหนัก
  • เวลาแตกแบบเขี้ยวงู ลมอาจหมดเร็ว
  • น้ำหนักไบนด์สูงกว่าท่อไม่มีในเล็กน้อย

ยางใน กับปัญหาที่พบบ่อยในการใช้งานบนท้องถนน

  1. ยางในรั่วจากตะปู เศษแก้ว จนทะลุเป็นรูชัด
  2. รอยเขี้ยวงู (Pinch Flat) มักเกิดตอนตกหลุมแรง ๆ ลมน้อย ท่อถูกบีบสองรอยคู่
  3. ขอบล้อ ซี่ลวดคม ขูด ยางใน จากด้านใน เพราะเทปซี่ล้อขาดหรือเลื่อน
  4. คอวาล์วฉีก เกิดจากยางในหมุนตามยางนอก ทำให้คอวาล์วเฉือน
  5. ยางเสื่อมอายุ ผิวแตกแห้ง มีรอยร้าวเล็ก ๆ ซึมลมเรื่อย ๆ
การซ่อม ยางใน
การซ่อม ยางใน

ยางใน ต้องซ่อมยังไง เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนใหม่

  • ปะแผ่นกาวร้อนหรือเย็น: ทำความสะอาด ขูดผิว ทากาว รอแห้ง กดปะแน่น ทิ้งไว้ให้เซตตัว
  • ปะชั่วคราวฉุกเฉิน: แผ่นปะสติ๊กเกอร์ใช้พยุงไปอู่ใกล้ ๆ

การซ่อม ยางใน ด้วยวิธีการปะ ทำได้เมื่อเกิดรูเล็ก ๆ กลางลำท่อ, ไม่มีรอยฉีกยาว, ไม่ใกล้ตะเข็บ คอวาล์วเท่านั้น
ควรเปลี่ยนใหม่: ฉีกยาว, รอยเขี้ยวงูหลายตำแหน่ง, ใกล้คอวาล์ว, ท่อเก่าแตกแห้ง

ยางใน ราคาโดยประมาณ

ราคาของ ยางใน ขึ้นกับยี่ห้อ ขนาด และศูนย์หรืออู่ที่เราเลือกเข้าไปเปลี่ยน แต่ทั้งนี้มีราคาเฉลี่ยโดยประมาณ ดังนี้

  • ยางในมาตรฐาน (รถเล็ก–กลาง): ประมาณ 80–250 บาท/เส้น
  • Heavy-Duty ยางหนา: ประมาณ 300–800 บาท/เส้น
  • ค่าแรงถอด ใส่ ปะ: ปะ 50–150 บาท, เปลี่ยนทั้งเส้น 80–200 บาท/ล้อ
  • เทปซี่ล้อ แผ่นรองขอบ: 30–120 บาท ควรเปลี่ยนถ้าขาดหรือแข็ง

การจ่ายเพิ่มกับท่อเกรดดีและเทปซี่ล้อคุณภาพ มักคุ้มกว่าเมื่อวิ่งไกลหรือต้องบรรทุกของหนักบนรถ

ยางใน กับล้อสมัยใหม่ ถ้าเปลี่ยนเป็น Tubeless ได้ไหม

ล้อแม็กส่วนใหญ่รองรับ Tubeless อยู่แล้ว ถ้าขอบไม่เสีย แต่ล้อซี่ลวดต้องเป็นแบบ Airtight หรือแปลงผนึกซี่ด้วยชุดเฉพาะ ซึ่งต้องทำอย่างมืออาชีพ ไม่งั้นซึมทุกซี่ การใช้ ยางใน จึงยังเหมาะกับล้อซี่ลวดดั้งเดิมที่ไม่ได้ออกแบบมาเก็บลม

สรุป หากเข้าใจ ยางใน อย่างแท้จริง ก็จะดูแลได้ตรง วิ่งได้นาน ปลอดภัย สบายใจ

สรุปแล้วต่อให้รถคุณไม่ได้ใช้ยางไร้ ยางใน แบบสมัยใหม่ แต่ถ้าดูแลให้ถูก ทั้งการเลือกขนาด วาล์ว วัสดุที่ตรงงาน เติมลมสม่ำเสมอ ระวังหลุมและของมีคม เปลี่ยนเทปซี่ล้อเมื่อสึก และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรปะ เมื่อไหร่ควรเปลี่ยน คุณจะลดเหตุรถหยุดกลางทางได้มาก ชีวิตบนสองล้อก็เบาและปลอดภัยขึ้น ทั้งหมดเริ่มจากการให้ความสำคัญกับชิ้นส่วนที่มองไม่เห็น แต่กำหนดความสบายและความปลอดภัยทุกระยะทาง นั่นแหละ ยางใน ที่แท้จริง!