ไม่ว่าคุณจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน ส่งของ ออกทริประยะไกล หรือจ่ายตลาด ประกันมอเตอร์ไซค์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมเข้ามา เพราะอุบัติเหตุบนสองล้อเกิดไว มีผลกระทบทั้งตัวเรา รถเรา และคนรอบข้าง บทความนี้จึงตั้งใจสรุปเรื่อง ประกันมอเตอร์ไซค์ ให้ครบตั้งแต่ความต่างของ พ.ร.บ. กับประกันสมัครใจ ประเภทความคุ้มครอง คำศัพท์สำคัญ วิธีเคลม ข้อยกเว้นที่มักพลาด ไปจนถึงทริกลดเบี้ย อ่านจบตัดสินใจได้เลยว่าแบบไหนใช่สำหรับคุณ
ประกันมอเตอร์ไซค์ สมัครใจ vs พ.ร.บ. ต่างกันยังไง
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ คือ ประกันภาคบังคับที่กฎหมายกำหนด ต้องมีและต่ออายุทุกปี ก่อนต่อภาษี จุดประสงค์หลักคือคุ้มครองคนที่บาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขี่ ผู้ซ้อน หรือคู่กรณี ส่วนประกันมอเตอร์ไซค์ ภาคสมัครใจ คือ ความคุ้มครองที่เติมเข้ามา เพื่อช่วยเรื่องค่าเสียหายของทรัพย์สิน รถเรา รถคู่กรณี ค่าซ่อม ค่ารักษาเพิ่ม รวมถึงเหตุอื่น ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ประเภทของ ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้นไหนเหมาะกับใคร
ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1
- คุ้มครอง: รถเราเสียหายทุกกรณี เช่น ชนมีคู่กรณี ไม่มีคู่กรณี, พลิกคว่ำ, ไฟไหม้, สูญหาย, ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก, ค่ารักษาตามวงเงิน, อุบัติเหตุส่วนบุคคล
- เหมาะกับ: รถใหม่ รถราคาสูง รถใช้งานทุกวันในเมืองเสี่ยงชนบ่อย สายเดลิเวอรี่ที่วิ่งทั้งวัน
- จุดเด่น: จ่ายมากแต่สบายใจสุด
ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 2+ และ 3+
- คุ้มครอง: ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รถเรา เมื่อชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข บางแผนมีไฟไหม้ สูญหายด้วยสำหรับ ชั้น 2+
- เหมาะกับ: รถใช้งานประจำที่ต้องการคุ้มครองรถตัวเองด้วยแต่รับความเสี่ยงบางกรณีได้
- จุดเด่น: สมดุลระหว่างราคาและความคุ้มครอง
ประกันมอเตอร์ไซค์ ชั้น 3
- คุ้มครอง: ความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณี วงเงินรักษา PA ตามแผน
- เหมาะกับ: รถเก่า รถวิ่งน้อย รถที่ต้องการคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก
- จุดเด่น: ราคาประหยัดที่สุด แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายรถเรา
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับ ประกันมอเตอร์ไซค์ ที่ต้องเข้าใจ ก่อนเปรียบเทียบ
- ทุนประกัน: วงเงินคุ้มครองตัวรถเรา ใช้กับชั้น 1 และ 2+ ยิ่งทุนสูง เบี้ยยิ่งเพิ่ม
- ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible หรือ Excess): เงินที่เรารับผิดชอบเองต่อครั้งก่อนบริษัทจ่าย ส่วนนี้ช่วยกดเบี้ยให้ถูกลง
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (TPL): ค่าชดเชยชีวิต ทรัพย์สินของฝ่ายตรงข้าม
- อุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA): คุ้มครองผู้ขี่ ผู้ซ้อน กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ ค่ารักษา
- ซ่อมห้าง vs ซ่อมอู่: เลือกศูนย์บริการแบรนด์จะแพงกว่า หรืออู่เครือข่ายจะประหยัดกว่า
- สแตนดาร์ดพาร์ต vs แต่ง: ชิ้นส่วนแต่งบางอย่างต้องแจ้งมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้คุ้มครอง

เลือก ประกันมอเตอร์ไซค์ ยังไงให้ตรงสไตล์ขี่
ประเมิน 4 เรื่องนี้ แล้วเลือก ประกันมอเตอร์ไซค์ ให้เหมาะ
- รูปแบบการใช้งาน
- วิ่งในเมือง จอดข้างทางบ่อย: มีความเสี่ยงเฉี่ยวชน ขีดข่วน
- วิ่งกลางคืน จอดนอกบ้าน: พิจารณาคุ้มครองสูญหาย ไฟไหม้
- เดลิเวอรี่ วิ่งทั้งวัน: เลือกวงเงินค่ารักษา PA สูงขึ้น
- งบประมาณ: ตั้งเพดานเบี้ยต่อปี แล้วเทียบคุ้มครองจากหลายบริษัท
- ความเสี่ยงส่วนตัว: มือใหม่ ถนนที่ใช้มีจุดเสี่ยงเยอะ ชั้น 1 หรือ 2+ น่าใช้งาน
- มูลค่ารถและของแต่ง: รถใหม่หรือแต่งหนัก วงเงินทุนประกันควรสอดคล้อง
สรุปสั้น ๆ หากใช้งานวิ่งเมืองทุกวัน รถยังผ่อนอยู่ ควรเลือกชั้น 1, หากรถใช้งาน 3–5 ปี งบกลาง ๆ ควรเลือก ชั้น 2+ หรือ 3+, รถจอดเป็นส่วนใหญ่ เน้นใช้เสาร์อาทิตย์ เลือก ชั้น 3 เพิ่มวงเงิน TPL และ PA ให้พอ และสำหรับรถที่ใส่กล่อง แครชบาร์ ล้อแต่ง อย่าลืมแจ้งบริษัทเพื่อคุ้มครองอุปกรณ์เพิ่มเติมตั้งแต่แรก

ขั้นตอนเคลม ประกันมอเตอร์ไซค์ แบบไม่สะดุด
- ตั้งสติ ดูความปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดันรถเข้าขอบทางถ้าทำได้
- ถ่ายรูป วิดีโอ จุดเกิดเหตุ ทะเบียนรถ รอยชน ถ่ายกว้างและใกล้
- โทรหาบริษัท แจ้งเลขกรมธรรม์ ตำแหน่ง เวลา ลักษณะเหตุ
- รอเจ้าหน้าที่มาถึงสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้บริษัทประเมินและออกใบเคลม
- เก็บเอกสาร ใบขับขี่ ทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์และค่าเสียหาย
- เลือกซ่อม อู่เครือข่ายหรือศูนย์ ตามสิทธิในกรมธรรม์
ทริกลดเบี้ย ประกันมอเตอร์ไซค์ ให้จ่ายเท่าที่ใช้
- ส่วนลดประวัติดี (NCD): ปีที่ไม่มีเคลม ลดเบี้ยปีถัดไป
- ปรับค่าเสียหายส่วนแรก: ยอมจ่าย Deductible หรือ Excess เล็กน้อยถ้าเกิดเหตุ เพื่อกดเบี้ยลง
- ซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง: ประหยัดขึ้น ถ้ารถไม่ใหม่มาก
- ระบุชื่อผู้ขี่หลัก: บางแผนลดความเสี่ยงเท่ากับลดเบี้ย
- คัดวงเงิน TPL/PA ให้พอดี: ไม่ต่ำเกินจนเสี่ยง แต่ไม่สูงเกินการใช้งานจริง
- ซื้อเป็นชุดกับประกันอื่น: บางบริษัทมีแพ็กคู่หรือส่วนลดพิเศษ
สรุป ประกันมอเตอร์ไซค์ ที่ใช่ต้องตรงกับชีวิตจริงในการขับขี่
สรุปแล้วแก่นแท้อยู่ที่การเลือก ประกันมอเตอร์ไซค์ ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงจริงของเรา วิ่งที่ไหน บ่อยแค่ไหน รถราคาเท่าไร แต่งมากน้อยเพียงใด แล้วจูนวงเงินสำคัญให้พอดี ทั้ง TPL PA ค่ารักษา และทุนตัวรถ ใส่ทริกลดเบี้ยอย่างฉลาด เช่น NCD หรือ Deductible หรือ Excess ที่รับได้ คุณก็จะได้ความคุ้มครองที่ไม่เทอะทะเกินงบ แถมยังอุ่นใจทุกครั้งที่บิดคันเร่ง สุดท้ายอย่าลืมต่อ พ.ร.บ. ตรงเวลา เก็บเอกสารให้พร้อม และอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด เพราะเมื่อเหตุไม่คาดฝันมาเยือน ประกันมอเตอร์ไซค์ ที่เลือกไว้ดีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณกลับมาขี่ต่อได้เร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุดทั้งเงินและเวลา