การเข้ามาของเทคโนโลยี EV เปิดทางเลือกใหม่ ๆ ให้คนขี่และไรเดอร์ส่งของ หนึ่งในนั้นคือการ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab ที่หลายคนสงสัยว่าคุ้มจริงไหม? และควรตัดสินใจยังไง? บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่ภาพรวมโครงการ สิ่งที่ได้จริงเมื่อเช่า ประโยชน์ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายและรายได้ รวมถึงคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab ให้อ่านง่ายและเข้าใจได้ทันที
โครงการ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab คืออะไร
เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab คือ บริการที่ Grab ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น STROM, EM Motor, H SEM Motor และแบรนด์อื่น ๆ เปิดให้คนขับเลือกเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้ขับงานในระบบ Grab โดยตรง ซึ่งสมัครง่ายผ่านแอปหรือระบบของ Grab EV มีแพ็กเกจเช่าระยะสั้นและยาว 3–12 เดือน หรือมากกว่า โดยให้เราเลือกได้ตามสไตล์งาน สำหรับราคาค่าเช่าเริ่มต้นไม่สูง ประมาณ 103–138 บาทต่อวัน (ขึ้นกับจังหวัดและบริษัทผู้ให้บริการ) ทั้งหมดนี้มักรวมบริการบางอย่างไว้แล้ว อาทิ พ.ร.บ. ประกันรถชั้น 3, ค่าเช่ารวมบริการชาร์จ สลับแบตเตอรี่ในบางแพ็กเกจ และบางที่มีส่วนลดประกันเพิ่มเติม
ดังนั้นระบบ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab นี้ ช่วยเปิดประตูให้คนที่ยังไม่มีรถ หรือไม่อยากผ่อนรถ EV ราคาแพง สามารถเริ่มขับ Grab ด้วยมอไซค์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องซื้อรถเอง
สิ่งที่คุณได้เมื่อ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab
- ค่าเช่าที่โปร่งและยืดหยุ่น: ค่าเช่าแจ้งชัดเจนในแอปหรือในระบบของผู้ให้บริการ เลือกเพดานวัน เดือน ตามงบที่รับได้ ไม่มีเงินดาวน์สูงเหมือนการซื้อรถไฟฟ้าเอง
- รวมบริการพื้นฐานบางอย่างให้แล้ว: พ.ร.บ. และบางแพ็กเกจรวม ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 (บางที่เทียบเท่า 3+) บริการชาร์จและสลับแบตเตอรี่ อยู่ในบางแพ็กเกจ หรือแนะนำให้ใช้สถานีสลับแบตภายในเครือข่ายได้ฟรีหรือราคาพิเศษ
- ไม่ต้องเสี่ยงซื้อรถใหญ่ทันที: รถไฟฟ้าราคาเริ่มต้นอาจสูงเมื่อซื้อเอง แต่การเช่าเปิดโอกาสทดลองใช้ก่อนตัดสินใจระยะยาว จึงเหมาะสำหรับมือใหม่ หรือคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่กับงานเดลิเวอรี่หรือขับ Grab ไปอีกนานแค่ไหน
- รองรับงานหลากหลาย: รถไฟฟ้าที่ให้เช่าสามารถใช้รับออเดอร์ต่าง ๆ เช่น GrabFood, GrabMart, GrabExpress หรือ GrabBike (Win/Saver) ตามนโยบายของบริษัท

ค่าใช้จ่าย เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab
- ค่าเช่ารายวัน รายเดือน: ค่าเช่าเริ่มต้นประมาณ 100–140 บาท/วัน ขึ้นกับแพ็กเกจและจังหวัด ในบางที่สามารถเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับรายได้จริงได้
- ค่าบำรุงรักษา: บางแพ็กเกจรวมบริการเช็คระยะ ซ่อมเบื้องต้น และสถานีสลับแบตเตอรี่ แต่ในการใช้งานจริงควรสำรองเงินเผื่อค่าบำรุงรักษาอื่น ๆ หากมีสึกหรอ เช่น ยาง เบรก แบตเตอรี่ (ถ้าไม่รวมในแพ็กเกจ)
- ค่าชาร์จ สลับแบต: Grab EV มักให้ทางเลือกให้เช่าพร้อมบริการสลับแบต ภายในโครงข่ายที่ร่วมรายการ เช่น สถานี Strom Swap & Charge หรือสถานีชาร์จสาธารณะ การใช้บริการเหล่านี้อาจรวมในค่าเช่าบางแพ็กเกจ หรือแยกคิดตามจริง ควรอ่านเงื่อนไขให้ชัด

เปรียบเทียบ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab vs ซื้อรถไฟฟ้าเอง
เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab
ข้อดี
- ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อรถ
- รวมบริการบางอย่าง ชาร์จ สลับแบตฯ พ.ร.บ. ประกันบางประเภท
- เหมาะกับมือใหม่หรือคนทดลองงาน
- สามารถเปลี่ยนแพ็กหรือจบทดลองได้เมื่อหมดสัญญา
ข้อควรระวัง
- หาก เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab นานเกินไป อาจจ่ายรวมแล้วเกินกว่าซื้อรถเอง
- เงื่อนไขสัญญา ค่าปรับเลิกก่อนกำหนดอาจเกิดขึ้น ต้องอ่านให้ละเอียด
ซื้อรถไฟฟ้าเอง
ข้อดี
- เป็นทรัพย์สินของเรา
- ไม่มีค่าเช่ารายวันรายเดือน
- ค่าใช้จ่ายระยะยาวอาจถูกกว่า ขึ้นกับราคาแบตเตอรี่และอายุรถ
ข้อควรระวัง
- ต้องมีเงินทุนสูงกว่า
- อายุแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงเป็นของผู้ขับเองทั้งหมด
รายได้ vs ต้นทุน เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab คุ้มไหม?
การตอบคำถามว่า เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab แล้วรายได้คุ้มหรือไม่ ต้องดูจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการลองสมมติรายได้ ข้อดีด้านรายได้ที่จะเจอ และปัจจัยที่ส่งผลต่อความคุ้มค่า
ตัวอย่างสมมติรายได้
- สมมติคุณได้รับออเดอร์เฉลี่ย 500–800 บาท/วัน จากงาน GrabFood/Express
- หลังหักค่าเช่ามอไซค์ไฟฟ้า ประมาณ 125 บาท/วัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว
- รถไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายค่าไฟหรือสลับแบต ต่ำกว่าค่าน้ำมันรถเครื่องทั่วไป
ด้วยต้นทุนการเดินทางที่ถูกกว่า ค่าเช่าน่าสนใจถ้ารายได้รวมต่อวันอยู่ในช่วงนี้อย่างสม่ำเสมอ
ข้อดีด้านรายได้
- รถไฟฟ้ามักมีต้นทุนชาร์จไฟต่ำกว่ารถน้ำมันถึง 30–50% ในการใช้งานจริง
- ไม่ต้องเติมน้ำมันทุกวัน ประหยัดทั้งเงินสดและเวลา
- หากงานมีความต่อเนื่อง โอกาสทำกำไรสุทธิมากกว่ารถน้ำมันบางประเภท
ปัจจัยที่มีผลต่อความคุ้ม
- จำนวนออเดอร์ต่อวัน/สัปดาห์
- แพ็กเกจเช่าที่เลือก
- ค่าซ่อมบำรุงที่ไม่ได้รวมในแพ็กเกจ
- ราคาไฟฟ้า บริการสลับแบตที่ใช้
- ระยะเวลาการใช้งานจริงต่อวัน
สรุป เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab คุ้มหรือไม่ ถ้าอยากเริ่มอาชีพนี้
สรุปแล้วการ เช่ามอไซค์ไฟฟ้า Grab เป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการลดต้นทุนรายวันและไม่ต้องการซื้อรถเอง โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีรถของตัวเอง ต้องการต้นทุนคมนาคมที่ต่ำกว่า อยากได้ความยืดหยุ่นไม่ผูกมัดกับทรัพย์สิน และต้องการทดลองใช้ EV ก่อนตัดสินใจซื้อเอง อย่างไรก็ตาม หากคุณสามารถรักษารายได้ให้สม่ำเสมอและใช้งานนานหลายปี ค่าใช้จ่ายรวมจากการเช่าอาจสูงกว่าซื้อรถเอง ดังนั้นควร คำนวณรายได้สุทธิจริงต่อวัน/เดือน เทียบกับค่าเช่าและต้นทุนอื่น เพื่อดูว่าคุณอยู่ในจุดคุ้มทุนหรือยังก่อนเซ็นสัญญา ดังนั้นภาพรวมจึงคุ้มสำหรับหลายคน แต่ต้องวางแผนและคำนวณให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเช่าจริงอีกที